มากกว่า 90% ของผู้หญิงเป็นฝ้า กระ ไม่รู้สิ่งนี้

ฝ้า กระ ผิวมีจุดด่างดำ
.
ปัญหาส่วนใหญ่ของสาวเอเชีย ที่รองมาจากเรื่องสิว เมืองแดดร้อนอย่างเมืองไทยนี้ค่ะ สาวๆอย่างเราคงหลีกเลี่ยงการเจอปัญหาอย่้างนี้ไม่ได้เลยคร่า
.
แต่มากกว่า 90% ของผู้หญิงที่เป็นฝ้า กระ ไม่รู้สิ่งนี้ (เปิดงานวิจัยที่จะเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับฝ้ากระของคุณไปตลอดกาล)😢😢
.
อย่างแรกเรามาดูกันก่อนว่า ฝ้า และ กระ เจ้ามาได้อย่างไรกันเนี่ย ????
.
กระ??
กระเป็นลักษณะ จุดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อน อาจขึ้นได้ทั่วไป กระที่ขึ้นบนผิวชั้นบนหรือชั้นหนังกำพร้า คือ กระธรรมดาหรือกระแดด เมื่ออายุมากขึ้น กระ
มีลักษณะนูนและสีเข้มมากขึ้น เรียกว่ากระเนื้อ หรือเป็นการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่ผิดรูปแบบไป ถ้ามีมากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อันนี้ต้องได้รับการตรวจจากทางคุณหมอค่ะ😕😕😕
.
ฝ้า??
ฝ้าจะเป็นปิ้นๆ สีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิว มีอยู่2ชนิด คือฝ้าชนิดตื้น คือเม็ดลีจะมีความลึกอยู่เพียงชั้นหนังกำพร้าและฝ้าชนิดลึกจะมีความลึกของเม็ดสีอยู่ใน
ระดับชั้นหนังแท้ ความเข้มจะค่อนข้างเข้มมากว่าด้วย☹️☹️☹️☹️
 

ซึ่งกระบวนการเกิดฝ้า กระ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก แสงแดด UVA, UVB และรังสี ☀☀☀, แสงจากคอมพิวเตอร์ 💻💻💻 และ การเปลี่ยนของฮอร์โมนเพศหญิง👧👧👧 สิ่งเหล่ามันไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนังที่ผิดปกติได้ จนเกิดเป็น ฝ้า กระ ผิวคล้ำ รวมทั้งสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ😯😯😯
.
ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า สีผิวคล้ำ สีผิวที่ไม่สม่ำ
เสมอ ฝ้า กระ เป็นกระบวนการหนึ่งที่ร่างกายสร้างเม็ดสีออกมาเพื่อปกป้องเซลล์ผิวจากการทำร้ายของสิ่งที่ถูกกระตุ้นโดยความเครียดของเซลล์ผิว😠😠😠
.
ก่อนอื่นต้องมาดูก่อน กระบวนการที่ทำให้ผิวมีสีคล้ำ เกิดจาก เซลล์ที่เราเรียกว่า เซลล์เมลาโนไซต์ ซึ่งเขาจะมีหน้าที่ในการผลิตเม็ดสีและบรรจุเม็ดสีที่เราเรียกว่า เมลานินในแคปซูลเรียกว่า เมลาโนโซม ซึ่งเมลาโนโซมจะถูกส่งไปตามเซลล์ผิวหนัง และเมื่อเราได้รับการกระตุ้น ในสภาวะความเครียดหรือมีอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมากเกินไป เมลาโนโซมก็เร่งการสร้างเม็ดสีมากขึ้นทำให้เรามีผิวเรามีสีที่เข้มมากขึ้นนั้นเอง😱😱😱

งานวิจัยฉบับใหม่ชี้ว่า สาเหตุส่วนใหญ่ของฝ้า กระ จะมีแนวโน้มที่จะมีโอกาสเกิดได้มากขึ้นสำหรับผู้หญิงหลังช่วงอายุ 27 ปีขึ้นไป

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเอ็นไซม์ SOD ที่คอยขจัดอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกายของผู้หญิงหลังอายุ 27 ปี ร่างกายจะมีการสร้างที่ลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง ประกอบกับการที่ร่างกายรับภาระของอนุมูลอิสระในร่างกายสูง ไม่ว่าจะเกิดจากความเครียดในการใช้ชีวิตที่มากขึ้น, การพักผ่อนที่น้อยลง หรือแม้กระทั่งการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จนทำร่างกายมีอนุมูลอิสระที่มาก จนทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีในผิว จนเกิดเป็นฝ้ากระนั้นเอง

มาทำความรู้จักกับ SOD
SOD คือ Superoxide Dismutase หรือก็คือ เอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เป็นตัวคอยทำหน้าที่ทำลายอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาผลาญภายในเซลล์ ทำให้เรียกได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูล
อิสระตัวหนึ่งที่มีส่วนสำคัญของร่างกาย ในเอนไซม์ชนิดนี้จะมีอยู่ในเราตั้งแต่แรกเกิด และก็จะมีปริมาณลดลงเรื่อยๆ เมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น 
.
ในแง่ของงานวิจัย เราพบว่าปริมาณ เอ็นไซม์ SOD มีความสัมพันธ์กับวัยและความเจ็บป่วยของร่างกาย เช่น เราพบว่า คนที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งจะมีปริมาณ SOD ที่น้อยว่า คนปกติในวัยเดียวกัน 10-20 เท่า ในขณะที่คนที่ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี มีผิวพรรณที่สดใสอ่อนกว่าวัยจะมีประมาณ เอ็นไซม์ SOD ที่มีมากกว่าคนปกติในวัยเดียวกัน 3-4 เท่า
.
และในปัจจุบันเราพบว่าการทาน SOD เพิ่มเข้าไปในร่างกายจะช่วยชะลอการเสื่อมของอวัยวะ และช่วยเสริมสร้างแข็งแรงให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี 
ในงานวิจัยบ่งชี้ SOD มีผลการลดการเกิดของ ฝ้า กระ และจุดด่างดำของผิว

ในงานวิจัยรักษาเชิงคลินิคในปี 2018 สถาบันวิจัยทางด้านผิวหนังผนึกกำลังกับโรงพยาบาลและหน่วยงานทดสอบที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศสทั้ง 4 แห่งได้แก่  บริษัท Bionov Research, โรงพยาบาล Lariboisière Hospital, สถานบันวิจัย Intertek France Etudes Cliniques Paris และ มหาวิทยาลัย Université de Montpellier ปารีส, ฝรั่งเศส ได้สนใจและทำการศึกษาเชิงคลินิคกับ SOD C3 โดยทำการทดลองกับผู้หญิงอายุระหว่าง 18 -50 ปี จำนวน 88 คน

โดยให้งดการใช้ครีมบำรุง ครีมกันแดดและเซรั่มต่างๆ ในตลอดช่วงทำการทดลอง

โดยโดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มผู้ทดสอบ ได้แก่ 1. กลุ่มที่ไม่ได้ทานอาหารเสริม SOD C3และงดการทาครีมผสม SOD, 2. กลุ่มที่ทาครีมกันแดดที่ผสมสารสกัด SOD, 3. กลุ่มที่ให้ทาอาหารเสริม SOD C3, และกลุ่มสุดท้าย ให้ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสม SOD C3 และทาครีมกันแดดที่ผสมสารสกัด SOD นานเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์

การทดสอบ ทดสอบด้วยการฉายรังสี UVA, UVB ที่เซลล์ผิวแล้วเพิ่มระดับจนกว่าผิวจะมีรอยแดงจากการไหม้ (MED)

วัดผลโดยการตรวจสอบสภาพผิวทุก 1, 6, 30 วัน

สรุปผลการทดสอบ คือ กลุ่มของอาสาสมัครที่ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ SOD C3 ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรงทนต่อการทำลายของรังสี UVA,UVB ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

และเมื่อมีการนำเซลล์ผิวของอาสาสมัครมาตรวจสอบพบกว่า ในอาสาสมัครที่มีการทาน SOD C3 มีปริมาณการสร้างเม็ดสีที่น้อยกว่าอาสาสมัครที่ไม่ได้มีการทาน SOD C3 และไม่ได้ทาครีม SOD ถึง -88%

เมื่อวัดปริมาณเอ็นไซม์ที่ต้านอนุมูลอิสระในร่างกายพบว่าอาสาสมัครที่มีการทาน SOD C3 มีปริมาณ ตรวจพบว่ามีปริมาณ เอ็นไซม์ SOD, CAT (เอ็นไซม์คาตาเล็ต) และ GPx (เอ็นไซม์กูลต้าไธโอนเปอร์ออกซิเดส) ที่ต้านอนุมูลอิสระที่ผิวเพิ่มขึ้นมากกว่าอาสาสมัครที่ไม่ได้มีการทาน SOD C3 ถึง +68%

ทั้ง 3 เอ็นไซม์ที่มีระดับเพิ่มขึ้นมาในร่างกายของกลุ่มอาสาสมัครที่ทดสอบการทาน SOD C3 จะเป็น เอ็นไซม์ที่สำคัญในการลดอนุมูลอิสระในร่างกายซึ่งจะให้จะทำให้เกิดการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ลดการอักเสบที่ผิวและยังช่วยลดและป้องกันการเกิดฝ้า กระ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกาย

สรุปผลการทดลองพบว่าอาสาสมัครมี

  • ความแข็งแรงของผิวเพิ่มมากขึ้นทนต่อการทำร้ายของรัวสี UVA,UVB มากขึ้น
  • การสร้างเม็ดสีที่เซลล์ผิว ฝ้า กระ ลดลง
  • รอยแดง และ จุดด่างดำลดลง

ผลจากงานวิจัยจึงสรุปได้ว่า !!! เอ็นไซม์ SOD C3 จะมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อการลดอนุมูลอิสระของร่างกาย และเป็นกุญแจที่สำคัญที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง และลดการสร้างเม็ดสี และลดการเกิดฝ้า กระ รวมทั้งช่วยให้มีผิวพรรณที่แข็งแรงและอ่อนเยาว์ รวมทั้งยังช่วยลดความผิดปกติของ รอยคล้ำใต้ตา และผิวได้

ที่มาแหล่งอ้างอิง : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5946222/

“อริสต้า คอลลาเจน เอสโอดี ” ได้รวม 4 สารสกัดสำคัญ ตามปริมาณและความเข้มข้นตามงานวิจัย ได้แก่ เอ็นไซม์ SOD C3, สารสกัดจากข้าว, คอลลาเจนไตรเปปไทค์ โมเลกุลขนาดเล็กพิเศษ และสารสกัดจากผลไม้สีแดง 5 ชนิด และ วิตามินซี, วิตามินเอ วิตามินอี และแร่ธาตุรวมอีก 9 ชนิด ที่จะประสานการทำงานเพื่อส่งเสริมการทำงานของเอ็นไซม์ SOD ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่จะช่วยแก้ไขปัญหา รอยคล้ำ ฝ้า กระ และช่วยให้ผิวคล้ำลดลง ให้ผิวกระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ

สั่งซื้อสินค้าโปรโมชั่นประจำเดือน

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
error: Content is protected !!